SohTank

Just another Ordinary One

Change 30 September 2008

Filed under: Life — sohtank @ 6:10 pm

เมื่อกี้คุยกะพี่ที่ไปทำงานที่อังกฤษ
ก้ออยากรู้ว่าคนที่โน้น บรรยายกาศแตกต่างกะที่เมืองไทยยังไงบ้าง
พี่เค้าบอกว่า คนที่โน้นทำเร็ว และ มีอะไรแปลกใหม่มาคุยกัน
แล้วที่เมืองไทยละคับ ก้อไม่ได้งกความรู้ แต่รับรู้หรือป่าว ว่ากันอีกที
“แต่ดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเพราะไม่อยากเรียนรู้ อยู่กับสิ่งเดิมๆ”
“เหมือนการเมือง” 

ฟังแล้วเป็นไงคับ เจ็บไหม คุณภาพคนเลยนะ ผมไม่ได้บอกว่าคนอังกฤษเค้ามีคุณภาพดีกว่า
เอาฝรั่งมาว่าคนไทย กันเอง แต่ผมอยากจะให้เรามองตัวเอง เรา(คนไทย)เป็นอย่างนั้นหรอป่าว 
เปลี่ยน(change) เป็นTheme การหาเสียงของ Barack Obama ผมชอบนะ 
การเปลียนคงไม่ใช่แค่ เปลี่ยนนายกจากปากหมา เป็นพูดเพราะแล้วเรื่องก้อจบ
แต่การเปลี่ยนน่าจะเป็นจากที่เราเคยทำเดิมๆ ที่เราเห็น(ก่อน)ว่าไม่ดี และควรเปลียน 

ตอนผมอยู่มอชอนะ ผมเห็นเพื่อนๆผมกลุ่มนึง ต่อต้านการลอยกระทงวัน 
ใ นใจผมคิดว่าใช่ มันเป็นประเพณียาวนาน ความหมายของประเพณีก็ดี 
แต่ลองคิดดูถ้าทุกคน ไม่ต้องก้อได้ แค่ครึ่งนึงของคนไทย ลอย
วันนั้นเราต้องมีกระทงในแม่นํ้าลำคลองเท่าไร
แล้วนี่คือ สิ่งที่เราจะบอกว่าเราขอโทษที่ทำไม่ดีมาทั้งปี อย่างที่แก่นจริงๆของประเพณีหรือป่าว 
 
ในความคิดผม อะไรไม่ดี ถ้าเรารู้ต้องเปลี่ยน 
เหมือนรู้ว่าสกปรก ก็ต้องทำความสะอาด 
เ หมือนเราจะสกปรก แต่ก้อไม่ได้แปลว่าจะอาบนํ้าได้เลย ต้องใช้เวลานิดหน่อย
แ ต่ต้องไม่ลืม ที่จะทำ 

ไม่ได้ตั้งใจจะให้เข้ากะเรื่องการเมืองนะ แต่พี่ป้อมพูดมาเลยว่า เหมือนการเมือง 
ช่ายการเ มืองไทย กี่ปี กี่ปี แม่งก้อเหมือนเดิม ซื้อเสียง กอบโกย แล้วก้อ คนไทย ประเทศไทย นี่ซิซวย 
เ รามีระบบที่เราเรียกว่าประชาธิปไตยมานาน ตั้งแต่คนไทยเรา หาคนจบป.ตรียากเหลือ 
ปัจจุบันคนจบป.ตรี เ ต็มไปหมด ผมก้อไม่ได้บอกอีกว่า คนจบป.ตรี คือจุดชี้ว่าเรามีการศึกษา
แต่คนที่ความคิดและปัญญาทั้งหลายต่างหากที่ มีส่วนรับผิดชอบ

Change will not come if we wait for some other person or some other time. We are the ones we’ve been waiting for. We are the change that we seek. 
Barak Obama
 *จริงๆ มีประโยคดีกว่านี้ แต่ลืมมม อ่ะ เอาอันนี้ไปก่อน

 

Kaizen 14 September 2008

Filed under: Life — sohtank @ 9:29 am

ช่วงนี้เอาแต่เขียนการเมือง กลัวพี่น้องจะเบื่อ
เรื่องนี้อยากเขียนมานานแล้ว ได้ยินครั้งแรกแล้วก้อชอบเลย
สารภาพ   ฟังครั้งแรกเนี่ย ไรหว่า ไคเซ็น เห็นดังมาเป็นสิบปี ตั้งแต่สมัยยังหนุ่มๆ
แต่ไม่เคยสนใจ เจอเดือนที่แล้ว ได้อ่านความหมายจริงๆของไคเซ็น ขออธิบายย่อๆ
ไคเซ็น(KAIZEN) มาจากคำว่า 改善 เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า
การเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้น หรือปรับปรุงให้ดีขึ้น หรือการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง …

สองคำจำไว้ เปลี่ยนแปลง บวก ปรับปรุง ให้ดีขึ้น และไม่ต้องให้บอก(คิดเอง)
ใช้ได้กับทุกเรื่อง ในชีวิต การงาน, สังคม, ครอบครัว, กีฬา, เทคโนโลยี, หรือจะเรื่องเรียนก้อตาม
มีประโยคญี่ป่น เค้าบอกว่า “ไม่ได้เจอเพื่อนสองสามวัน ต้องสังเกตดูความเปลี่ยนแปลง ของอีกฝ่าย”

ดูToyota เป็นตัวอย่าง
Toyota way 5 ประการ ที่ถือเป็นDNA ของพนักงานทุกคน

  1. ความท้าทาย (Challenge)
  2. ไคเซ็น (Kaizen)
  3. เก็นจิ เก็นบุตซึ (Genchi Genbutsu)
  4. การยอมรับนับถือ (Respect)
  5. การทำงานเป็นทีม (teamwork)

เก็นจิ เก็นบุตซึ (Genchi Genbutsu) คือ การไปยังต้นกำเนิดเพื่อค้นหาความจริง ทำให้สามารถ ตัดสินใจได้ถูกต้อง สร้างความเป็นเอกฉันท์ และบรรลุเป้าหมายอย่างรวดเร็ว …โดยมี Yogoten คือการถ่ายทอดความรู้ ความคิดดีๆ ไปทั่วองค์กร
คงเหตุผลที่ทำให้Toyotaยังครองความเป็นที่หนึ่งอยู่
ในความคิดผมนะ เราทุกคนควรใช้หรอยึดไคเซ็นในการชีวิตประจำวันและทุกๆเรื่อง
เช่น พันธมิตรผมไปมาตั้งแต่สองปีที่แล้ว
จนทุกวันเห็นการเปลี่ยนพัฒนาตลอด
บริษัทผม ทุกเดือนต้องมีการพัฒนา
หรือจะ การตีปิงปอง
ตีไงอันนี้ ตีไงให้ดีขึ้น ทำไมอันนี้เรารับไม่ได้ ทำไมติดเน็ท พัฒนาตรงนี้หน่อยไหม serveไง,  backhand ไม่ดีทำไง
ไม่จำเป็นนี้ว่าต้องเก่งเลย แต่ของให้มีการพัฒนา ปรับปรุง
การรถไฟไทย เปลี่ยนจากเครื่องจักรไอนํ้าเป็นดีเซล ที่เหลือเหมือนเดิมตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ห้าท่านทรงก่อตั้ง ไม่เชื่อไปนั่งดิ

ผมว่านะ ผู้หญิงที่มีแฟนน่าเอาไปให้แฟนใช้
ไม่ใช่แรกๆ โอ้โฮ้ ไปรับไปส่ง ถามว่าว่างหรอ คำตอบ”สำหรับ… เราว่างเสมออ่ะ
หลังๆ  “งานเยอะ โทดทีนะ ติดงาน ต้องไปปาปาปา
แรกๆ  “คุยกันทุกคืน กระหนุงกะหนิง
หลังๆ “ดูบอลอยู่อ่ะ เดียวโทกลับ(คือวันรุ่งขึ้น) ก้อเมือวานมันดึกแล้ว
แรกๆ  “ช่วยถือไหมม
หลังๆ “ไม่คิดจะช่วยถือหรอ  “อ้าว ไม่บอก ก้อคิดว่าไม่หนักนิ คราวหลังก้อบอกดิ (อ้าวกูรผิดอีก ไม่บอกมัน

นี่เราว่าตัวเองอยู่ป่าวหว่าา ป่าวนะๆ ฟังเค้ามาอีกที :P

 

นปก พธม 13 September 2008

Filed under: 20@8, Life, Political — sohtank @ 10:10 pm

ตอนนี้บ้านเมืองได้แบ่งแยกกันอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งเราก้อปฏิเสธไม่ได้ ตั้งแต่วงกว้างจนถึงสถาบันครอบครัว
รวมถึงครอบครัวผมด้วย
แม่บวกกับพี่คนที่สอง อยู่ฝ่ายนปก
ผม  พี่คนโตและพ่อ อยู่พันธมิตร พ่อจากที่เป็นกลางได้ย้ายมาฝ่ายเราแล้ว
การประทะระหว่างนปกกับพธม เกิดขึ้นประจำเวลาที่มีข่าวของอีกฝ่าย
มีตอนนึงที่ตำรวจไปตีประชาชน แล้วเอาปืน เล็งไปที่คน
ผมก้อขึ้นเลย “แม่งจะเอาปืนไปไหมวะ จะไปยิงบิดามันหรอไง” แม่เข็กหัวเลย(เข็กจริง เจ็บจริง)
“ไม่เอาไปก้อโดนมันตีดิ
“นปก ป่าเถื่อน โอ๊ยรับไม่ได้ (เสียงสูง)

แหย่กันเล่นๆ แต่เจ็บหัวอ่ะ
จนวันนี้ ผมรู้วิธีสงบศึกให้พธม กะ นปกแล้ว

ก่อนออกจากบ้าน เห็นแม่นอนบนDay bed อยู่
“ไปแล้วนะนปก”
ก้มลงไปกอดแม่แล้ว เงยหน้ามามองหน้าแม่ที
ปกตินปกมีแต่หน้าตาน่าเกลียดๆ ทำไมนปก คนนี้สวยจัง” กอดอีกที
แม่นิ่งไปสองวิ “เออ ปกติก้อเห็นพันธมิตรมันหน้าหงี้ๆ ก้อเพิ่งเห็นคนนี้แหละ ที่น่ารัก

;)

 

เวลาที่เหลืออยู๋ 11 August 2008

Filed under: Life — sohtank @ 2:57 pm

ขอแสดงความเสียใจกับ คุณยอดรักด้วยนะคับ
ตลอดระยะเวลาในชีวิตของการเป็นนักร้อง 30 กว่าปี มีผลงานกว่า 2,500 เพลง และมีบทเพลงที่กลายป็นอมตะมากมาย อันเป็นที่มาของฉายา “พระเอกลูกทุ่งตลอดกาล”

ครั้งนึงผมไปวัดที่ผมจำพรรษาที่นครนายก ได้ติดรถพี่คนนึงกลับมา
พี่คนนี้เค้าก้อ เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย หมอบอก ไม่ต้องมารักษาแล้ว เปลื่องยา
สามีเป็นนายทหาร มาปฏิบัติธรรมเพราะ รู้ว่าจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว
(แต่แกก็ยังอยู๋มาได้เรื่อยๆนะ ดูหน้าตามีความสุขดีด้วยซํ้า)
มาปฏิบัติ ได้รับทุกข์เวทนามาก (เค้าบอกมานะ) จะกลับๆหลายครั้งแต่ ก้อยังทำอยู่เรื่อยๆ
มาทำบุญบ้างเมื่อมีเวลา
สามีเป็นคนกินเหล้าจะไม่อยู่แล้ว เลยขอให้เลิก
ตอนที่นั่งรถมาด้วยกัน ผมก็บอกแกว่า
คุณน้านับว่าโชคดีนะครับ …
อ้าว ทำไมละ คุณน้าคนนั้นถามกลับทำหน้างงๆ
ก้ออย่างน้อยได้รู้ไงว่ามีเวลาเหลือน้อยแล้ว เลยรีบทำความดี
ยังมีอีกหลายคน ที่ไม่รู้
แกก้อยิ้ม แกบอก แต่เตือนแรงไปหน่อย

 

เวลาโกรธทำไง 31 July 2008

Filed under: Life — sohtank @ 11:43 pm

เวลาโกดคุณทำไง
บางคนเค้าให้หายใจลึกๆ
บางคนก้อให้….บาบาบา

พี่ม้อดพี่ที่PIA บอก
“เวลาโกรธให้ยิ้ม”

แกก้อสอนลูกแก ตอนเช้า น้องพิมมี่ แก้มยุ้ยๆ
“ลูกเวลาโกดนะ ให้ยิ้ม”
ตกเย็นวันนั้นพี่ม้อดก้อถามน้องพิมมี่
น้องพิมมี่กะลังเล่นๆอยู่ หันมาเจอหน้าป๋า
“ทำการบ้านหรอยังลูก”
น้องพิมมี่ยิ้มคับ ยิ้มแต่ปาก
พี่ม้อดเดินไปเลย

 

แก่ 31 July 2008

Filed under: Life — sohtank @ 10:33 am

สมัยหนุ่มๆ ตอนอยู่เชียงใหม่ มีปัญหาชีวิต อยากแก่กว่านี้
ไปหาเพื่อนคนนึง แถวคันคลองชนหลังมอ
ที่มีความชำนาญเรือ่งนี้(ความแก่) คุณคารล์ คนเยอรมัน อายุ40กว่าๆ
วันนั้นพระอาทิตย์กะลังตกพอดี
“คาร์ล ผมอยากเป็นผู้ใหญ่เร็วๆจัง “
คาร์ลตอบด้วยรอยยิ้มใส่แว่น เป็นพาสาไทย
“ไอซ์คับ ผมยอมทุกอย่างให้กลับไปอายุเท่าคุณ”

คาร์ลหันไปมองหน้าต่าง เห็นเด็กกะลังเล่นอยู่

ผมจะไปเล่นแบบนั้นไม่ได้แล้ว”นํ้าเสียงคุณคาร์ล เหมือนปลอบใจตัวเอง
จงมีความสุขกับช่วงเวลานั้นๆ ของชีวิตเถอะ
…………

มีตอนนึงในหนังสือ Tuesdays with Morrie แนะนำให้อ่าน
ศาสตราจารย์เค้าบอกว่า
ความแก่นี้งดงาม เพราะมันเติบโตมาพร้อมกับ ความคิด ความเข้าใจโลก และประสบการณ์

แต่เราน่าจะมีคำถามให้กับตัวเองบ้าง
ตลอดเวลาที่ผ่านมานี่ ได้ทำไรบ้าง ที่เรียกว่าประสบความสำเร็จ
คำนี้แต่ละคนก้ออาจจะแตกต่างกัน
หรอเราได้เรียนรู้อะไรจากเวลาที่ผ่านไปบ้าง
ชอบคำพุดของคนนึงที่ว่า
ชีวิตที่มีค่า คือชีวิตที่ได้ทำอะไรเพื่อคนอื่น
แต่ คุณคาร์ลคับตอนนี้ผมก้อมีปัญหา มันแก่เอาแก่เอา

ปล. เอมเอาหนังสือTuesdays with Morrieมาคืนด้วย กี่ปีแล้ว

 

B5 22 July 2008

Filed under: Life — sohtank @ 8:57 am

เคยอ่านหนังสือเลืมนึง
เป็นหนังสือรวมๆ เกี่ยวกับ bakery music จะยุบ เลิก โดนซื้อไรก้อแล้วแต่
เอาเป็นว่าเค้า ไม่มีพี่บอยแล้ว มันก็เหมือนไม่ใช่ เบเกอรี่
ก้อมีรูปนักร้องในค่าย กับคำพูด
จะพูดประมาณว่า “เสียใจจัง ไม่มีอีกแล้ว, เสียดาย ไม่อยากเลย,ไม่น่าเลย
แต่มีคนนึง ผมยังจำได้ อยู่วงB5 อ้วนๆหน่อย
บอกประมาณว่า ดีใจคับ ที่ยังมีวันนั้น
เออหว่าาาาา

 

There are 2 people in the world. 20 July 2008

Filed under: Life — sohtank @ 9:36 pm

พี่ก้อยอยู่ชมรมเดียวกันที่่เชียงใหม่ เคยบอกว่า
ในโลกนี้มีคนอยู่สองประเภท 1.คนน่ารัก และ อีกประเภท คือคนน่าสงสาร

(ไม่รู้เจ๊ก้อย เอามาจากไหน คงไม่ได้คิดอีก55+)

 

AJi of ความลำบาก 16 July 2008

Filed under: Life — sohtank @ 12:11 am

To my friend in Japan, who know what the Aji of torturing is

หลายคนคงงงกับ topic เพราะ แปลว่าไรหว่า
Aji – รสชาติ
ที่เหลือแปลเอง
สมัยปี1-ปี3 ตอนหน้าหนาว ผมจะไปขึ้นเหนือทุกที
ทุกทุก trip มีความทรงจำแตกต่างกัน
แต่ trip ที่เรารู้สึกประทับใจทุกครั้ง ที่นึกถึง คือ ครั้งที่ลำบาก ยิ่งลำบากยิ่งมีเรื่องราวให้เล่า
Trip แรกคือที่ภูกระดึง เดินก็ลำบากแล้ว ดันหลงเข้าไปในป่าอีก
ลำบากไหม นะหรือ ก็ไม่เท่าไรนะ แค่ ต้องนอนตามโขดหิน ในฤดูหนาว
แล้วก้อ ต้องจุดไฟเอง นึกถึง Cast Away ดิ อันนั้นมันในหนัง
นํ้าก้อแค่ต้องไปรองมาจากนํ้าตก ตะกอนนะไม่มีหรอก ไม่มีเลยที่ไม่มีตะกอน สารอาหารทั้งนั้น
จะนอนก้อสบายคับท่าน ข้างหน้าเป็นกองไฟ ข้างหลังเป็นตู้เย็น มีหินรองตูด
ตื่นมากินโจ๊กหนึ่งซอง เก้าคน คนละคำ อร่อยเหลือ
เชื่อไหม ตอนที่ออกมาจากป่าแล้วเห็นคนนะ แทบอยากจะวิ่งไปกอด
คับ ความสุขโคตร

ลองนึกกลับกัน ถ้าพวกเพื่อนผมแค่เดินๆแล้วก้อกลับลงมา จบ
กลายเป็นหนังคนล่ะเรื่องไปเลย

ความลำบากนี้มีเป็นรสชาติที่….
เราคงไม่รู้ว่าดื่มนํ้าเย็นมันมีความสุขขนาดไหน ถ้าเราไม่ร้อนสาดดด หรือเหนื่อยโคตร
เราคงไม่รู้ว่าแอร์มันสบายแค่ไหน ถ้าเราไม่อยู่ข้างนอกจนเหงื่อเต็มตัว
เราคงไม่รู้ว่านอนเตียงนุ่มๆมันมีความสุึขแค่ไหน ถ้าเราไม่ได้ลำบากมาก่อน
เราคงไม่รู้ว่าเงินสองร้อยนึงมันมีค่ามากแค่ไหน ถ้าเราไ่ม่เคยอด
เราคงไม่รู้ว่าความสุขมันคือไร ถ้าเราไม่ลำบาก ลำบ๊ากลำบาก

อีกเหตุการณ์นึง
ผมยังจำวันที่จบคัปป้าได้ 7-8เดือนที่แสนจะทรมานนนน (จิงๆ)
แต่วันที่พรีเซ็นต์เสร็จ… นาทีนั้นเลย มันเข้าใจเลยว่าความสุขคืออะไร และเชื่อว่าทีมผมก้อรู้สึกเหมือนกัน

ใช่ครับ ความทรมานและความลำบาก เป็นรสชาติหวานมันส์จิงแต่ ผมขอ 2 อย่าง
1. ขอให้มันอย่าอยู่กับผมนานเลย
2. แฟนผมอย่าเอาวิิธีนี้มาใช่กับผมล่ะกัน