นตฺถิ โลเก อนินฺทิโต
คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก
Buddha
Equanimity อุเบกขา 19 October 2008
เขียนเรื่องการเมืองมาหลายวัน อยากเขียนเรื่องอื่นบ้าง
ได้ฟังธรรมเรื่องอุเบกขา แล้วชอบมาก
เราสามารถฝึกเอาได้ ในชีวิตประจำวัน จากพระพม่าSayadaw U Pandita นะคับ
อันแรก Balanced emotion toward all living things
คนเราก็ยังคง รักยึดติดกับคน สัตว์สิ่งของอยู่ ความรู้สึกพวกนี้ไม่ได้มีส่วนช่วยให้เกิดอุเบกขาเลย
เราต้องเจริญความคิด ทัศนติคทีว่า ไม่ยึดติดกับสิ่งที่เป็นที่รัก ไม่ว่าจะคนหรือสิ่งของให้มากนัก (สำหรับคนธรรมดานะ)
เราจะเริ่มทรมานมากเมื่อต้องจากกัน ไม่ว่าจะจากกันด้วยดีหรือไม่ก้อตาม
There is only รูป and นาม mind and body, arising and passing away from moment to moment.
ไม่ต้องกลัวนะคับว่า อุเบกขาจะทำให้เฉยเมย อุเบกขาไม่ได้แปลว่าไร้สำนึก
หากแต่มีอุเบกขา เราจะไม่ผลักไส้อารมณ์ที่ไม่ปรารถนา หรือไขว้คว้าอารมณ์ที่ปรารถนา จะอยู่กลับความเป็นจริง
สองนะจ้า Balanced emotion toward inanimate things
ทรัพย์สินสิ่งของ เสื้อผ้า เสื้อผ้าใส่ไปก้อมีเปื้อยขาดวสักวัน ทรัพย์ หรือแหมกระทั้งความรู้ก็ยังมีลืมได้
เราต้องหมั่นพูดกลับตัวเอง”เราต้องใช้ของสิ่งนี้เพียงช่วงเวลานึงเท่านั้น ไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป”
นิสัยที่ต้องซื้อของใหม่ตลอดเวลาคงไม่ใช่นิสัยที่เอื้อยต่อการให้เกิด อุเบกขาในใจ
สาม Avoiding people who”Go Crazy” ห่างจากพวกที่…
หลีกเหลี่ยงๆจากคนที่ชอบยึดติดกลับสิ่ง ชอบตามแฟนชั่น วัตถุนิยม
และภายในคือหลีกเหลี่ยงจากวัตถุ สัตว์เลี้ยงและบุคคลที่รักที่ชอบใจ
Please do not allow overattachment to loved ones, or even pets, to prevent you from
attending meditation retreats which will allow you to deepen your practice and to develop equanimity as a factor of enlightenment.
สี่ Choosing friends who stay cool
เลือกอยู่ใกล้ๆ คนที่ไม่ยึดติดกับคนสัตว์สิ่งของมาก
สุดท้ายนะ Inclining the mind toward balance
หมั่นโน้มใจให้เป็นกลาง
คนเรามังจะถูกพัดพาไปในอารมณ์ที่น่าพอใจ ไม่ก้อถุกเหวียงไปในอารมณ์ไม่น่าปรารถนา
เมื่อเราไม่มีความพอดีและ ขาดความหนักแน่น
คนส่วยใหญ่มักจะเข้าใจว่า ความสุขที่แท้มากจากความตื่นเต้นและความสะดวกสบาย
คนเหล่าจะไม่มีวันเข้าใจความสุขที่มาจากสันติสุขสงบเย็น
In this very life by Sayadaw U Pandita แปลมัวๆโดยข้าพเจ้าเอง มีแอบใส่ของตัวเองนิดหน่อย
เ ดียวมีคนบอก นี่ไง เราต้องเป็นกลาง
การเ มืองวันนี้ มันไม่ใช่ความเป็นกลางนะจ๊ะ
ตอนนี้มันคือความถูกต้อง
ถ้าจะถามว่าอะไรคือความถูกต้อง
แล้วอย่างเรื่อง CTX9000, EXIM Bank, ที่ดินรัชดา, ซุกหุ้นสองภาค, ขนมปัง2ล้าน, รังแกสื่อ, FTAเงื่อนงัม, หมิ่นเบื้องสูง ที่ให้สัมพาดมากมาย ของตัวเองและลูกสมุน, โยกย้ายคนดีๆ ออกเอาพวกตัวเองเข้ามาแทน: ปลดคุณหญิงจารุวรรณ, ทุจริตกล้ายาง, โจรกระจอก, เ ซ็นยกเลขาพระวิหารให้เขมร, ทุจริตหวยบนดิน, ปลดคุณสุนัย มโนมัย อธิบดี DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ แถมยัดข้อหาอีก, ฆ่าตัดตอน 2000กว่าศพ, คดีกุหลาบแก้ว ฯลฯ
ผู้อ่านที่น่ารักและฉลาดของผมคงคิดเป็นว่า อะไรคือความถูกต้องและไม่ถูกต้อง
ไม่มีคำว่าเป็นกลาง มันไม่ใช่เรื่องความคิดเห็นต่างกัน แต่เป็นของความถูก/ผิด, ดี/เลว
ถ้าถามอีกว่า ทำไมต้องออกมาชุมนุม แล้วถ้าไม่ออกมาชุมนุม งั้นควรทำไง?
รอเลือกตั้งใหม่ (ประชาธิปไตย มีแค่ตอนเราหย่อนบัตร), แช่งให้มันตายไวไว
ลอบยิงแม่ง, ทำคุณไสยใส่ท้อง, รอให้มันโดนคดีแล้วออกเอง (อันนี้ดูดีสุด แต่ออกแ ล้ว ก้อซื้อเสียงเข้ามาใหม่จบข่าว)
อุ๊บ (ไหนบอกว่าจะไม่พูดเรื่องการเมือง)
หลวงพ่อจรัญ 15 August 2008
วันนี้เป็นวันกตัญญของหลวงพ่อจรัญ จิตธโม
ไม่มีโอกาสได้ไป ก้อขอกราบทางนี้แทนนะคับ
นี้เป็นหนังสือสวดมนต์ e-book หลวงพ่อจรัญ อนุโมทนาด้วยจ๊ะ
e0b8abe0b899e0b8b1e0b887e0b8aae0b8b7e0b8ade0b8aae0b8a7e0b894e0b8a1e0b899e0b895e0b98c
บรรยายธรรมะโดยท่าน ว.วชิรเมธี 15 August 2008
1. อย่าเป็นนักจับผิด
คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง ‘ กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก ‘
คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส ‘ จิตประภัสสร ‘ ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี ‘ แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข ‘
2. อย่ามัวแต่คิดริษยา
‘ แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน ‘
คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า ‘ เจ้ากรรมนายเวร ‘ ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ ฉะนั้น เราต้องถอดถอน
ความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น ‘ ไฟสุมขอน ‘ ( ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน
เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี ‘ แผ่เมตตา ‘ หรือ ซื้อโคมมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป
3. อย่าเสียเวลากับความหลัง
90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ ‘ ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น ‘
มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องเคราต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย
ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ ‘ อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน ‘
‘ อยู่กับปัจจุบันให้เป็น ‘ ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย คือมี ‘ สติ ‘ กำกับตลอดเวลา
4. อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ
‘ ตัณหา ‘ ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ ธรรมชาติของตัณหา คือ ‘ ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม ‘
ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที่แท้ ไม่ใช่ คุณค่าเทียม เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกา คืออะไร คือ ไว้ดูเวลาไม่ใช่มีไว้ใส่เพื่อความโก้หรู
คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือ คืออะไร คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์
เราต้องถามตัวเองว่า ‘ เิกิดมาทำไม ‘ ‘ คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน ‘ ตามหา ‘ แก่น ‘ ของชีวิตให้เจอ
‘ คำว่า ‘ พอดี ‘ คือ ถ้า ‘ พอ ‘ แล้วจะ ‘ ดี ‘ รู้จัก ‘ พอ ‘ จะมีชีวิตอย่างมีความสุข ‘
ตัวเรานั้นใกล้อะไร? 4 August 2008
วันพฤหัสนี้ ผมจะมีกิจกรรมที่บริษัท จะจัดก้อต้องติดต่อพี่เปิ้ล
พี่เปิ้ลเป็นพี่ที่น่ารัก ก้อชวนแกมาจอยด้วย
พี่เปิ้ลบอกว่า วันพฤหัดพี่มีเรียนพระคัมภีร์
ฟังแล้วนึกถึงเพื่อนคนเกาหลี ที่เคยสอน เล่าเรื่องเกี่ยวกับพระเจ้าให้เราฟัง
จิงๆแล้ว ผมอยู่โรงเรียนคริสต์ตั้งแต่เด็ก
บางวันไปโรงเรียน เค้าก็มีแจกหนังสือเล่มเล็กๆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้า
กลับมาที่้เพื่อนผม คนเกาหลีคนนั้น ปกติเค้าจะถือหนังสือเล่มนึงตลอด
รู้ไหมคับหนังสือไร พระคัมภีร์
เค้ามีพระเจ้าใกล้ตัวคับ ผมว่าคำสอนก็เหมือนตัวแทน
ยามว่างเห็นเค้าก้อเปิดอ่าน ทุกครั้งที่ได้อ่านเค้าก้อได้รับพระองค์เข้ามา
ใกล้พระเจ้าครับ
เหมือนตอนผมบวช คนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น พระอาจารย์ หลวงพี่ทุกรูป
น้องเณร แม่ชีเจริญจิต พี่หญิง แม่นง แม่แจ่ม อาจานจินดาภรณ์ หรือจะเป็นลุงทิม
ทุกคนก็อยู่ใกล้ ใกล้พระรัตนไตร ใกล้พระสัจธรรม
เราอยู่ใกล้เรารู้สึกได้ มีศีลเป็นเบื้องต้น
ใกล้พระพุทธเจ้าไม่ได้หมายถึง พระที่ห้อยคอ หรือองค์พระในห้องพระ
ดังพุทธพจน์ที่ว่า เมื่อพระตถาคตสิ้นไปแล้ว พระธรรมวินัยจะเป็นตัวแทนของพระองค์
คนไม่ดีห้อยพระเป็นสิบองค์ ไม่ได้อยู่ใกล้พระองค์เลย
ตรงกันข้าม กับคนที่มีธรรมเลี้ยงชีพอยู่ นั้นแหละผู้ได้ใกล้ ได้เห็นพระองค์จริง
แล้วท่านผู้อ่านละครับ อยู่ใกล้สิ่งใด
เด็กๆสมัยนี้ อาจจะใกล้เกม
ใกล้ดงบังชิงกิ
ใกล้บอล
ใกล้แฟน
ใกล้หวย
ใกล้งาน
จะมีใครไหมละคับ ที่เลือกจะถือพระไตรปิฎกบ้าง
คนอาจจะคิดว่า เชย ใช่ครับผมก็เคยคิดแบบนั้น
แต่ทุกครั้งที่ผมได้อ่าน ธรรมบท ธรรมที่พระพุทธเจ้ากล่าวดีแล้ว
แหม แจ่มแจ้งจริงหนอ กระจ้างจริงหนอ
นางมาคันทิยา 2 August 2008
ครั้งนึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จไปเมืองกรุงโกสัมพี
ก้อมีกลุ่มคนมาด่าว่า พระองค์ ไม่ว่าจะไปที่ไหนในเมือง
จนพระอานนท์ กราบทูลขอพระองค์เสด็จหนีไปที่อื่น
พระพุทธเจ้าเลยถามว่า แล้วถ้าที่นั้นว่าอีกล่ะ
พระอานนท์ตอบว่าก้อ เสด็จไปที่อื่นอีก
อานนท์ พระพุทธเจ้าตอบอย่างนุ่มนวล อย่าให้ตถาคตทำแบบนั้นเลย
ถ้าต้องทำแบนั้นตถาคตคงไม่มีที่อยู่
จริงๆแล้วคนพวกนี้คือ คนที่นางมาคันทียาจ้างมาด่าว่าพระพุทธเจ้า
เพราะความเครียดแค้นส่วนตัว
พระหทัยไม่หวั่นต่อคำนินทราและคำสรรเสริญดุจดั่งศิลา
ได้ยินสักแต่ว่าได้ยิน
เรื่องราวเป็นยัง และเรื่องราวจะเป็นไงต่อไปโปรดติดตาม
ได้เอาเองเน้อ(หรอถ้าใครอยากให้ผมมาเล่าต่อบอกๆ)
คนอย่างนางมาคันทิยา คงมีอีกมากในสมัยนี้ อาจจะไม่ได้จ้างด้วยเงิน
แต่คนที่จะดำเนินตามทางของพระองค์ คงไม่มีน้อย
สำหรับคนธรรมดาอย่างเราๆ ถ้าต้องตกในสถานการณ์ที่
เป็นแบบนี้น ก้อควรจะรักษาใจของตนให้เป็นปกติ
สาธุ
เตรียมตัวกับพายุใหญ่ 24 July 2008
มีจม Forward เตือน อ่านเจอในที่ทำงาน
ช่วงปลายเดือน สิงหาคม และเดือนกันยายน
ให้ระวังกันด้วยนะครับจะเกิดภัยพิบัติใหญ่ ช่วงปลายเดือน สิงหาคม และเดือนกันยายน ตุลาคม เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภัยพิบัติแห่งชาติที่เป็นลูกศิษย์ของพระเกจิอาจารย์(วัดXXX)’
การเตรียมการดังนี้ครับ (สำหรับความลำบากเป็นเวลาเดือนหรือ สองเดือน)
1. เตรียมแสงสว่าง ซื้อเทียน ไม้ขีดไฟ ตุนไว้ครับไฟฟ้าดับแน่นอน
2. เตรียม น้ำสะอาดไว้ดื่ม และ ชำระร่างกาย เช่น ถังน้ำตุนน้ำไว้
3. เตรียม ข้าวสาร อาหารแห้ง แก๊ชสำหรับหุงต้ม …..
เอาเป็นว่า ให้เตรียมตัวเยอะๆ
มาผมจะให้ทุกคนเตรียมตัวบ้าง
ให้ทุกคนเตียมตัวโดย
1. เตรียมเริ่มต้นทำความดี ไม่ว่าจะเล็กจะน้อย
2. เตรียมถือศีล5 ตลอด
3. เตรียมทำดีกับพ่อกับแม่ มากๆ
4. เตรียมฝึกมีสติอยู่เสมอ เวลาอะไรเกิดขึ้น ให้อยู่ด้วยใจเป็นปกติ
5. เตรียมพูดดีทำดีกับ คนข้างๆ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจที่หลัง
6. เตรียมยิ้มให้คนข้างๆ
9. เตรียมถามตัวเองว่า ถ้าวันนี้เป็นสุดท้าย เราจะทำแบบนี้อยู่ไหม
9 เลขสวย
มีก็ดี 20 July 2008
เมื่อ 10กว่าปีก่อน ผมเคยไปฟังเทศ ขอเจ้าคุณพระธรรมปิฏก(ป.อ. ปยุตโต)
ปัจจุบัน พระพรหมคุณาภรณ์
คือ นั่งฟังแบบหลับๆ เลยไม่แน่ใจว่าไรบ้าง
แต่ จับใจความได้ว่า เราควรมีความสุขโดยไม่ต้องพึ่งวัตถุหรือ คนอื่น
“มีก้อดี…ไม่มีก้อได้”
คือ ไม่ต้องมีอะไร หรือใครเราก้อมีความสุขแล้ว
แต่พอมี สิ่งอื่นมาเพิ่ม ก้อเหมือน เสริมสุข
แต่พอพัฒนามากขึ้น เราก้อจะกลายเป็น
“ไม่มีก้อดี…มีก้อได้”
คือเราก็จะไม่ยึดติดกับอะไร
แต่เราคนธรรมดา แค่อย่างแรกได้ก้อพอแล้ว
ก็คงเหมือนกับแฟนมัง
ตอนยังไม่มี เราจะปอบใจตัวเองว่า
มีก้อดี…ไม่มีก้อได้
แต่พอคบๆกันไป …..









